การพิจารณาว่ามีงานที่ต้องเร่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงการจะแล้วเสร็จกับเงื่อนไขของเจ้าของโครงการที่จะตกลงกับผู้บริหารโครงการ หากพิจารณาแล้วว่าความเป็นไปได้ที่งานจะแล้วเสร็จนั้นมีค่าน้อย หรือเสร็จไม่ทันตามเวลา ผู้บริหารโครงการก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งงาน ซึ่งการเร่งงานที่ดีนั้น จะต้องเร่งงานได้เวลาที่สั้นขึ้นแต่เสียค่าใช้จ่ายในการเร่งงานน้อย คือ การเร่งที่เส้นทางวิกฤตว่ากิจกรรมวิกฤตใด เมื่อมีการเร่งงานแล้วทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด หรือเสียค่าใช้จ่ายที่เสียไปต่อวันน้อยที่สุด และสำหรับการเร่งงานในการพัฒนาระบบสารสนเทศนั้น ควรพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ได้ด้วย เช่น ต้องการผลลัพธ์ภายในวันใด เพราะอาจนำผลลัพธ์ที่ได้จากการพัฒนาระบบสารสนเทศนั้นไปประกอบการพิจารณาการบริหารโครงการอื่นได้เช่นกัน
PERT ดีกว่า CPM ด้านที่ PERT สามารถนำไปใช้กับโครงการที่มีเวลาดำเนินงานไม่ แน่นอน และใช้กับโครงการที่ไม่เคยทำมาก่อน
คำถามที่ 3 ถ้าหากว่าผลการประเมินโครงการออกมาแล้วไม่ดี โครงการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ท่านจะทำอย่างไร
พิจารณาหาสาเหตุของความผิดพลาดในการบริหารโครงการว่า มีการดำเนินการของโครงการเป็นไปในรูปแบบใด การกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของการดำเนินโครงการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด หรือองค์ประกอบทางด้านงบประมาณมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำให้โครงการมีประสิทธิผลตามที่ต้องการ การพิจารณาเช่นนี้จะทำให้การบริหารโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังนำส่วนที่ยังบกพร่องไปแก้ไขในโครงการและสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจและการวางแผนแนวทางปฏิบัติในการเขียนโครงการอื่น ๆ อีกด้วย
1. พิจารณาว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการนั้นตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่
2. บุคคลที่นำประโยชน์จากโครงการไปใช้เป็นบุคคลเฉพาะกลุ่มหรือสามารถนำไปใช้ได้ทั่ว ๆ ไป
3. ขอบเขตของโครงการมีขนาดที่เหมาะสมกับงบประมาณการลงทุนของโครงการหรือไม่เพียงใด
4. ระยะเวลาในการทำโครงการเหมาะสมกับขอบเขตของโครงการที่ถูกกำหนดไว้หรือไม่
5. ค่าใช้จ่ายทางด้านทรัพยากรต่าง ๆ เช่น บุคคล เงิน เวลาที่ใช้ไป ซึ่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้มีความคุ้มค่ากับประสิทธิผลที่ได้รับจากการบริหารโครงการมากน้อยเพียงใด
การประเมินผลโครงการเกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามใดคำถามหนึ่งกับผู้บริหารโครงการ ทั้งนี้ทิศทางของการประเมินหรือองค์ประกอบที่ใช้ในการประเมินขึ้นอยู่กับผู้บริหารโครงการว่าต้องการให้ผู้ประเมินทำการประเมินผลในด้านใดเพื่อมาประกอบใช้ในการพิจารณาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการที่ได้ทำขึ้น การประเมินอาจจะต้องการเพียงต้องการทราบว่าว่า วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้ในการทำโครงการนั้นสำเร็จ คือ ตรงตามวัตถุประสงค์ สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ และใช้ประกอบการพิจารณาว่าสมควรต่อยอดโครงการนั้นหรือควรทำโครงการนั้นอีกหรือไม่ เช่น การทำโครงการใดโครงการหนึ่งอาจประสบผลสำเร็จกับกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งแต่กลุ่มอื่นอาจจะไม่มีผลเลยก็ได้ หรือการทำโครงการสถานที่ใดที่หนึ่งแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการแต่หากนำโครงการนั้นไปใช้กับสถานที่อื่นก็อาจประสลผลสำเร็จก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้การประเมินผลโครงการยังช่วยให้ผู้บริหารโครงการในโครงการที่ไม่ประสบผลดังที่ต้องการ มาพิจารณาหาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้โครงการนั้นไม่มีประสิทธิผลตามความเหมาะสมที่พึงได้ เพื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขให้โครงการต่อ ๆ ไป มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้นกว่าโครงการที่แล้วเสร็จไปแล้วก็ได้อีกเช่นกัน
การเขียนโครงการส่วนประกอบที่สำคัญและที่คิดว่าจะทำให้เราได้รับการอนุมัติให้จัดทำโครงการน่าจะเป็นส่วนไหน
ในการที่จะเขียนโครงการให้ได้รับการอนุมัตินั้น ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดไม่มี เพราะทุก ๆ องค์ประกอบของการเขียนโครงการมีความสำคัญเท่าเทียมกันทุกส่วน เนื่องมาจากการพิจารณาอนุมัติโครงการมีองค์ประกอบที่ต้องใช้ในการพิจารณาหลายด้าน ให้ครอบคลุมทุก ๆ เรื่อง ดังนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดจึงไม่มี แต่สามารถสรุปโดยรวมได้ว่า การเขียนโครงการให้ได้รับอนุมัตินั้นจะต้องเป็นโครงการที่มีประโยชน์แก่องค์กรที่เราไปเสนอ มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาการดำเนินโครงการที่เหมาะสม มีความน่าจะเป็นที่โครงการนั้นจะเป็นไปได้ และสามารถใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการนั้นได้อย่างคุ้มค่าและคุ้มประโยชน์ กล่าวคือ โครงการนั้นให้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์แก่องค์กรหรือส่วนรวมนั่นเอง
เส้นทางวิกฤติ Critical Path มีประโยชน์อย่างไรในการบริหารโครงการ ถ้าหากมีเส้นทางวิกฤตหลายๆ เส้นเราจะทำอย่างไร
เส้นทางวิกฤตสามารถที่จะบอกล่วงหน้าได้ว่าโครงการจะแล้วเสร็จเร็วที่สุดกี่วัน กี่สัปดาห์ และหากต้องการเร่งโครงการให้เสร็จเร็วขึ้น ก็จะต้องทำการเร่งกิจกรรมที่อยู่ในเส้นทางวิกฤตและสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่มีการเร่งงานเกิดขึ้น หากมีเส้นทางวิกฤตหลาย ๆ เส้น แสดงว่าการเร่งกิจกรรมวิกฤตที่เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งอาจจะไม่มีผลให้ระยะเวลาของการทำโครงการเสร็จเร็วขึ้น ดังนั้นจึงต้องพิจารณากิจกรรมทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางวิกฤตเพื่อพิจารณาหาความเป็นไปได้ของการเร่งกิจกรรมและมีผลทำให้โครงการแล้วเสร็จเร็วขึ้น หรือหากกิจกรรมวิกฤตของแต่ละเส้นวิกฤตไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเร่งกิจกรรมวิกฤตในหลาย ๆ เส้น โดยไม่ได้กระทำที่เส้นวิกฤต เส้นใดเส้นหนึ่งโดยเฉพาะ
Labels
- MyFeelings. (1)





